เกษรวิลเลจ เปิดฉาก ‘GAYSORN HOROLOGICAL SOCIETY 2026’ จับมือ PMT The Hour Glass ต้อนรับนิทรรศการนาฬิการะดับโลก GPHG สู่กรุงเทพฯ ในรอบ 8 ปี! ก่อนประกาศรางวัล ณ นครเจนีวา

สิ้นสุดการรอคอยครั้งยิ่งใหญ่ในรอบ 8 ปี เมื่อนิทรรศการนาฬิการะดับโลก Grand Prix d’Horlogerie de Genève (GPHG) Nomination Tour 2026 ที่รวบรวมเรือนเวลาชั้นเลิศที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล เดินทางมาจัดแสดงอย่างเป็นทางการที่กรุงเทพมหานคร ณ The Forum, เกษรอัมรินทร์ (Gaysorn Amarin) ซึ่งถือเป็นโอกาสสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เหล่านักสะสมและผู้หลงใหลในเรือนเวลาชาวไทยได้สัมผัสผลงานระดับมาสเตอร์พีซอย่างใกล้ชิด ก่อนที่เรือนเวลาทั้งหมดจะถูกนำไปตัดสินและประกาศผลรางวัลชนะเลิศ ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

‘เกษรวิลเลจ’ (Gaysorn Village) นำโดย ชาญ ศรีวิกรม์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทในเครือ เกษร กรุ๊ป ตอกย้ำบทบาทการเป็นวอทช์ เดสทิเนชั่น (Watch Destination) ชั้นนำของประเทศไทย เปิดฉากซิกเนเจอร์อีเวนต์ประจำปี ‘GAYSORN HOROLOGICAL SOCIETY 2026’ ยิ่งใหญ่กว่าที่เคย โดยความพิเศษในปีนี้คือการยกระดับสู่ปรากฏการณ์ระดับโลก ด้วยการจับมือกับ PMT The Hour Glass (พีเอ็มที เดอะ อาวร์ กลาส) ผู้ถือสิทธิ์จัดงาน Grand Prix d’Horlogerie de Genève (GPHG) Nomination Tour 2026 อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ที่สำคัญงานนี้ยังได้รับเกียรติจาก มร. กี ปาร์เมอแล็ง ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส เดินทางมาร่วมเฉลิมฉลองและเปิดฉากปรากฏการณ์เรือนเวลาครั้งสำคัญนี้ด้วยตัวเอง

การปักหมุดที่ เกษรวิลเลจ ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพของพื้นที่ที่พร้อมรองรับการมาเยือนของนิทรรศการนาฬิการะดับโลก แต่ยังเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของเกษรวิลเลจในฐานะ ‘Watch Destination’ ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในภูมิภาค อีกทั้งเฉลิมฉลองความสำเร็จด้านการสร้างประสบการณ์ ‘Like-minded Community’ ที่ครองใจผู้ที่ชื่นชอบเรือนเวลาหรูอย่างต่อเนื่อง

ชาญ ศรีวิกรม์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทในเครือ เกษร กรุ๊ป กล่าวว่า “เกษรอัมรินทร์ คือหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญที่อยู่คู่กรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับนิทรรศการระดับโลก GPHG เพื่อร่วมเฉลิมฉลองศิลปะแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาและยกย่องผู้สร้างสรรค์ที่อยู่เบื้องหลังเรือนเวลาแต่ละเรือน สำหรับงาน GAYSORN HOROLOGICAL SOCIETY 2026 ในปีนี้ เกษรมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความรู้ความเข้าใจและความชื่นชมในศาสตร์แห่งเรือนเวลา พร้อมเป็นพื้นที่เชื่อมโยงนักสะสมและผู้ชื่นชอบนาฬิกาในประเทศไทย เราขอขอบคุณ PMT The Hour Glass สำหรับความร่วมมืออันดียิ่ง และขอต้อนรับแขกผู้มีเกียรติจากทั่วโลกด้วยความยินดี โดยหวังว่านิทรรศการครั้งนี้จะมอบทั้งแรงบันดาลใจและประสบการณ์อันน่าประทับใจให้แก่ทุกท่าน”

โดยภายในงานผู้เข้าชมจะได้ยลโฉมและดื่มด่ำไปกับความประณีตของสุดยอดนวัตกรรมเครื่องบอกเวลาชั้นสูงที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายของ Grand Prix d’Horlogerie de Genève (GPHG) 2026 จำนวน 78 เรือน จาก 51 แบรนด์ชั้นนำระดับโลก ก่อนลัดฟ้าสู่เวทีประกาศรางวัล ที่จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ นครเจนีวา ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 และนี่คือเหล่าชิ้นงานมาสเตอร์พีซที่ ‘เกษรวิลเลจ’ ชวนคุณมาเช็คลิสต์ จากงาน GAYSORN HOROLOGICAL SOCIETY ประจำปี 2026

นาฬิกาในหมวด Time Only ที่แสดงเวลาชั่วโมง นาที และวินาทีแบบอนาล็อกบนหน้าปัดเรียบ อย่างPARMIGIANI FLEURIER Toric Petite Seconde หนึ่งในเดรสวอทช์สไตล์คลาสสิกที่สะท้อนปรัชญาอันเป็นรากฐานสำคัญของแบรนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ , PIAGET Polo 79 ตัวเรือนไวท์โกลด์ กับเวอร์ชั่นหน้าปัดหินโซดาไลต์ ที่ขับเน้นตัวเรือนให้มีชีวิตชีวายิ่งขึ้นด้วยลวดลาย “กาดรูน”

นาฬิกาในหมวด Essential หนึ่งในสามหมวดหมู่ใหม่ที่ทาง GPHG 2026 บัญญัติขึ้นมาเป็นปีแรก โดยมีเรือนเวลาที่โดดเด่นอย่าง AUDEMARS PIGUET Neo Frame Jumping Hour นาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสไตล์ Retro-Futuristic แสดงชั่วโมงแบบ Jumping Hour และ GRAND SEIKO Hand-engraved Manual-winding Spring Drive ผลงานศิลปะบนเรือนเวลาที่หลอมรวมหัตถศิลป์การแกะสลักด้วยมือขั้นสูงสุดเข้ากับเทคโนโลยีกลไกที่แม่นยำที่สุดของญี่ปุ่น

นาฬิกาในหมวด Tourbillon โดดเด่นด้วย LOUIS VUITTON Escale Worldtime Flying Tourbillon เรือนเวลาระดับมาสเตอร์พีซที่ผสมผสานโลกแห่งแฟชั่นเข้ากับกลไกชั้นสูงอย่างลงตัว โดยจัดวางกรงทูร์บิญองลาย Monogram Flower ไว้ตรงจุดศูนย์กลางหน้าปัดล้อมรอบด้วยวงแหวนแสดงเวลาโลก นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงผลงานสร้างสรรค์อันยอดเยี่ยมจากแบรนด์อิสระอย่าง GIRARD-PERREGAUX ร่วมอยู่ด้วย

นาฬิกาที่รวมนวัตกรรมขั้นสูงและกลไกที่ซับซ้อนที่สุดของวงการนาฬิกาไว้ด้วยกัน อย่างในหมวด Chronograph นาฬิกาจักรกลที่มีระบบจับเวลา ที่มีเรือนเวลาไฮไลต์อย่าง AUDEMARS PIGUET Royal Oak “Jumbo” Extra-thin Selfwinding Flying Tourbillon Chronograph RD#5 “150th Anniversary” และ PARMIGIANI FLEURIER Tonda PF Chronographe Mystérieux หรือจะเป็นในหมวด Calendar and Astronomy ที่มีฟังก์ชั่นระบบปฏิทิน การแสดงผลทางดาราศาสตร์ เรือนเวลาจากทั้ง AUDEMARS PIGUET และ PARMIGIANI FLEURIER ก็ได้รับการเสนอชื่อเช่นกัน

นาฬิกาในหมวด Sports อาทิ GRAND SEIKO Spring Drive U.F.A. Ushio 300 Diver นาฬิกาดำน้ำรุ่นแรกของแบรนด์ที่ใส่กลไกความเที่ยงตรงสูงระดับ F.A. เข้ามา

นาฬิกาในหมวด Artistic Crafts ที่สะท้อนชั้นเชิงทางด้านงานศิลป์ขั้นสูงสุด ไม่ว่าจะเป็น LOUIS VUITTON Tambour Taiko Arty Automata ที่เคลือบลงยา Grand Feu Enamel ตลอดจนรายละเอียดตาบนหน้าปัดที่ตกแต่งด้วยการใช้ขนนกเพื่อสร้างมิติและพื้นผิวที่สมจริง, AUDEMARS PIGUET Établisseurs Nomade นาฬิกาพกและตั้งโต๊ะอเนกประสงค์ที่มาพร้อมดีไซน์ฝาปิดเคสทรงเหลี่ยมเรขาคณิต

นาฬิกาในหมวด Challenge เวทีประชันฝีมือของแบรนด์อิสระและแบรนด์รุ่นใหม่ อย่าง FAVRE LEUBA รวมถึงการคืนชีพของดีไซน์เหลี่ยมสุดเท่ยุค 70s ของ SEIKO King Seiko VANAC

นอกจากนิทรรศการนาฬิการะดับโลก GPHG ที่จัดขึ้น ณ The Forum, เกษรอัมรินทร์ (Gaysorn Amarin) ตั้งแต่วันที่ 15-18 ตุลาคม 2569 ภายในงาน ‘GAYSORN HOROLOGICAL SOCIETY 2026’ ยังรวบรวมนาฬิกาอิสระระดับโลกจากหลากหลายแบรนด์มาให้เหล่าคนรักนาฬิกาได้ยลโฉมอย่างใกล้ชิดเช่นกัน อาทิ AGELOCER, CIGA DESIGN, FIYTA และ LUCKY HARVEY ณ ชั้น 1 เกษรเซ็นเตอร์ (Gaysorn Centre)

ร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งเรือนเวลาหรูระดับโลกได้แล้ววันนี้ที่ เกษรวิลเลจ (Gaysorn Village) และสามารถติดตามข่าวสารข้อมูลต่างๆ ได้ทาง www.facebook.com/GaysornVillage/ และ LINE OFFICIAL: @gaysornvillage