CONTINUUM: สายศิลป์ ชวนมองศิลปะไทยโมเดิร์น ผ่านศิลปิน 14 คนกลับไปพิจารณาผลงานของศิลปินรุ่นก่อนสร้างความหมายใหม่จากประสบการณ์ของตนเอง

MOCA BANGKOK และ Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River จัดแสดง CONTINUUM: สายศิลป์ นิทรรศการที่ชวนศิลปินร่วมสมัย 14 คนกลับไปพิจารณาผลงานศิลปะไทยโมเดิร์น ของศิลปิน 7 คนในกลุ่มผลงานสะสมของ MOCA BANGKOK แล้วสร้างสรรค์ผลงานใหม่จากความคิด ความรู้สึก และประสบการณ์ของตนเอง นิทรรศการจัดแสดงระหว่าง 16 ตุลาคม 2569 ถึง 31 มกราคม 2570 ณ ART Space by MOCA BANGKOK โรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River โดยมีคุณคณชัย (คิด) เบญจรงคกุล เป็นภัณฑารักษ์

นิทรรศการจัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 6 ปีของ Four Seasons Hotel Bangkok ART Space by MOCA BANGKOK และเป็นการจัดแสดงครั้งที่ 21 ของพื้นที่ จำนวนศิลปินร่วมสมัย 14 คน เมื่อรวมกับศิลปินรุ่นก่อน 7 คน จึงเกิดเป็นความเชื่อมโยงระหว่างวาระครบรอบของพื้นที่กับผลงานศิลปะในพิพิธภัณฑ์

คำว่า CONTINUUM หมายถึงความต่อเนื่องของเวลา ความคิด และการสร้างสรรค์ ความต่อเนื่องในที่นี้ไม่ได้เกิดจากการส่งต่อแนวทางของศิลปินรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งโดยตรง หากเกิดจากการที่ศิลปินรุ่นใหม่กลับไปมองผลงานในอดีตด้วยสายตาของปัจจุบัน เมื่อผลงานเดิมถูกพิจารณาในบริบทใหม่ ความหมายของผลงานจึงอาจขยายออก เปลี่ยนแปลง หรือปรากฏขึ้นในรูปแบบที่ต่างไปจากเดิม

ผลงานในกลุ่มผลงานสะสมของ MOCA BANGKOK จึงไม่ได้เป็นเพียงหลักฐานของช่วงเวลาหนึ่งในประวัติศาสตร์ศิลปะ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามและความคิดใหม่ ศิลปินร่วมสมัยแต่ละคนเลือกพิจารณาสิ่งที่ตนสนใจจากผลงานเดิม ไม่ว่าจะเป็นเส้น สี รูปทรง องค์ประกอบ บรรยากาศ สัญลักษณ์ ร่างกาย สัตว์ ธรรมชาติ ความเชื่อ หรือความรู้สึก แล้วนำสิ่งเหล่านั้นไปพัฒนาต่อด้วยวิธีสร้างงานของตนเอง

นิทรรศการเลือกผลงานของ ประเทือง เอมเจริญ, ถวัลย์ ดัชนี, สมพง อดุลยสารพัน, อิทธิพล ตั้งโฉลก, สุเชาว์ ศิษย์คเณศ, ประพันธ์ ศรีสุตา และ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เป็นจุดเริ่มต้น ผลงานของศิลปินทั้ง 7 คนแสดงให้เห็นความหลากหลายของศิลปะโมเดิร์นไทย ตั้งแต่การทดลองเรื่องเส้น สี รูปทรง และองค์ประกอบ ไปจนถึงการนำศาสนา ความเชื่อ จิตวิญญาณ พุทธปรัชญา และจินตนาการแบบไทยมาใช้ในการสร้างงาน

ศิลปะไทยโมเดิร์นส่วนหนึ่งรับความรู้ รูปแบบ และวิธีคิดจากศิลปะโมเดิร์นตะวันตก ศิลปินไทยได้นำสิ่งเหล่านั้นมาผสมกับความเชื่อ วัฒนธรรม ประสบการณ์ทางสังคม และจินตนาการของตนเอง จนเกิดเป็นวิธีสร้างงานที่มีลักษณะเฉพาะ ผลงานเหล่านี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ความเชื่อกับเหตุผล จิตวิญญาณกับโลกที่มองเห็น ตลอดจนความเป็นไทยกับโลกภายนอก

ศิลปินร่วมสมัยทั้ง 14 คน ได้แก่ Aimi Kaiya, Aphist Sid, Baisri, Benzilla, Bigdel, Chayanin KwangKaew, Hattapon Tadboonkaew-Amorn, Mos Rattapon, Napanant Rangsrithummakhun, NEV3R, Nino Sarabutra, Rukkit, Temjai Cholsiri และ Yanapat Soiraya ศิลปินทั้งหมดเคยจัดแสดงผลงานกับ Four Seasons Hotel Bangkok ART Space by MOCA BANGKOK และได้รับเชิญให้กลับมาสร้างสรรค์ผลงานใหม่ในโอกาสครบรอบ 6  ปี การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้มุ่งให้ศิลปินร่วมสมัยทำงานตามแนวทางของศิลปินรุ่นก่อน แต่เปิดโอกาสให้แต่ละคนเลือกมองและตีความผลงานเดิมตามประสบการณ์ของตนเอง ผลงานใหม่จึงสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินต่างรุ่น โดยมีทั้งส่วนที่เชื่อมโยงกันและส่วนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

นิทรรศการยังชวนมองความเป็นไทยในฐานะสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา สภาพสังคม และประสบการณ์ของแต่ละคน ความเป็นไทยอาจปรากฏผ่านศาสนา ความเชื่อ พิธีกรรม สัตว์ในจินตนาการ ลวดลาย ร่างกาย ภาษาเมือง วัฒนธรรมสมัยนิยม ศิลปะบนถนน เทคโนโลยี หรือการสร้างงานที่ใช้ความคิดเป็นแกนกลาง จึงไม่จำเป็นต้องผูกติดอยู่กับภาพจำทางประเพณีเพียงด้านเดียว

CONTINUUM: สายศิลป์ มองผลงานในพิพิธภัณฑ์เป็นจุดเริ่มต้นของการอ่านและการตีความครั้งใหม่ นิทรรศการไม่ได้นำผลงานเดิมมาเล่าซ้ำ แต่ชวนให้เห็นว่าผลงานเหล่านั้นยังเชื่อมโยงกับชีวิต ความทรงจำ และความคิดของผู้คนในปัจจุบันได้อย่างไร