มูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ ชูต้นแบบ Day Care 3 เดือน – 3ปี “การเลี้ยงดู-เรียนรู้” ECEC พัฒนาเด็กไทยสู่ศตวรรษที่ 21

ด้วยตระหนักถึงคุณภาพชีวิต การพัฒนาการของเด็กในช่วงระหว่างอายุ 3 เดือน – 3 ปี ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการพัฒนาการ การเรียนรู้ เป็นช่วงวัยที่เรียกว่า “หน้าต่างแห่งโอกาส” ที่ก้าวสู่ศักยภาพที่มากด้วยคุณภาพในอนาคต ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ผลักดันสู่นโยบายสร้างเสริมพัฒนาการเด็กไทยอายุ 3 เดือน – 3 ปี ผ่านการเลี้ยงดูคู่เรียนรู้อย่างมีคุณภาพ จับมือกรมอนามัย และแพทย์-พยาบาล ขับเคลื่อนต้นแบบสถานพัฒนาเด็กเล็ก เน้นนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน นมแม่อาหารตามวัยและการเลี้ยงดูคู่เรียนรู้ที่เหมาะสมกับพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย เติมเต็มช่องว่างการดูแลและพัฒนาเด็กไทย สร้างคนไทย 4.0 เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21

พ.ญ.ศิริพร กัญชนะ ประธานมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่าปัจจุบันประเทศไทยยังมีช่องว่างในการดูแลเด็กวัย 3 เดือนถึง 3 ปี ที่ยังไม่มีนโยบายหรือการสนับสนุนจากภาครัฐ ในขณะที่มีแม่ต้องกลับไปทำงานจำนวนมาก แต่ไม่มีสถานพัฒนาเด็กเล็กที่มีคุณภาพและมาตรฐานรองรับ

“ในปีนี้มูลนิธิศูนย์นมแม่ได้สร้างกลุ่ม Day Care ต้นแบบขึ้นมาจำนวน 7 แห่ง เพื่อเป็นพี่เลี้ยงในการให้คำแนะนำเพื่อขยายผลให้กับองค์กรส่วนภูมิภาค และได้ร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่จะเข้ามาพัฒนา Day Care ในสถานประกอบการของภาคเอกชน รวมไปถึงมีความพยายามที่จะขับเคลื่อนกฎหมายลาคลอดให้เพิ่มเป็น 6 เดือนเพื่อสนับสนุนให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานที่ดีด้านสุขภาพและพัฒนาการของเด็กไทยในศตวรรษที่21”

ผศ.ดร.จริยา วิทยะศุภร ที่ปรึกษาโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี และกรรมการมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่าแนวคิดในการเลี้ยงดูเด็กในยุคปัจจุบันมีงานวิจัยต่างๆ ระบุชัดว่าเด็กต้องได้รับการดูแลและพัฒนาในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านสมอง ที่จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาตั้งแต่แรกเกิดผ่านการสร้างกระบวนการเรียนรู้อย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย

“มูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ จับมือกับคณะแพทย์ศาสตร์และคณะพยาบาลศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ สร้างต้นแบบสถานพัฒนาเด็กเล็ก และร่วมมือกับกรมอนามัยที่ได้เชิญชวนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มี Daycare เด็กโต 3-6 ปี ให้ขยายการรับเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ซึ่งจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรผู้ให้การเลี้ยงดูเด็กเหล่านี้อย่างมีคุณภาพ บุคลากรพยาบาลรับผิดชอบหลักให้การดูแลสุขภาพและคุณครูปฐมวัยรับผิดชอบหลักการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามเกณฑ์มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ 2562  โดยร่วมกันบูรณาการการดูแลและการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์การเล่นและการช่วยเหลือตนเองของเด็ก นอกจากนี้มีการเชื่อมโยงระหว่างบุคลากรและคุณแม่ของเด็กเพื่อให้เข้าใจและตระหนักรู้ถึงประโยชน์ที่แท้จริงของนมแม่ ทำให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนต่อเนื่องด้วยนมแม่ร่วมกับอาหารตามวัยถึง 2 ปีหรือนานกว่าได้ เพื่อให้เด็กมีการเจริญเติบโตสูงดีสมส่วน และมีพัฒนาการที่สมวัย”

ศ.คลินิก พญ.ศิราภรณ์  สวัสดิวร ผู้จัดการโครงการสร้างสุขภาวะเด็กไทยด้วยนมแม่ ฝ่าวิกฤติโควิด-19 และสานพลังเครือข่ายสู่การขยายผล โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) เปิดเผยว่า ในวันที่โลกมีความเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็วใน การสร้างเด็กคนหนึ่งให้เติบโตไปอย่างมีศักยภาพและมีความพร้อมที่จะรับมือกับโลกในศตวรรษที่ 21 นั้น การให้ลูกได้กินนมแม่อย่างเดียงไม่เพียงพอ จำเป็นที่จะต้องมีการเลี้ยงดูอย่างมีคุณภาพที่สามารถยกระดับการเรียนรู้ของเด็กในช่วงวัย 3 เดือนถึง 3 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่เรียกว่า “หน้าต่างแห่งโอกาส”

“ข้อมูลวิชาการยืนยันว่าถ้าลูกได้กินนมแม่ลูกมีโอกาสฉลาด และยิ่งได้กินมากยิ่งมีโอกาสฉลาดมาก แต่จะมีผลดีมากกว่านี้ หากลูกได้รับนมแม่ควบคู่กับการเลี้ยงดูคู่เรียนรู้แบบมีคุณภาพ Early Childhood Education and  Care(ECEC) ข้อมูลจากการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย 2565 พบว่าเมื่อแม่ลาคลอดครบ 3 เดือนและต้องกลับไปทำงาน เด็กจะได้รับการเลี้ยงดูจากปู่ย่าตายายถึงร้อยละ 70.6 ซึ่งมีผลต่อคุณภาพในการเลี้ยงดูเด็กเล็ก เราจะมีวิธีการสนับสนุนให้เด็กได้กินนมแม่ครบ 6 เดือนได้อย่างไร ทำอย่างไรให้มีคนดูแลลูกแทนแม่ ให้ลูกได้อยู่ใกล้ๆ ให้แม่สามารถมาโอบกอดและเลี้ยงลูกได้ คำตอบก็คือการมี Day Care คุณภาพใกล้บ้านหรือในที่ทำงาน”

เด็กปฐมวัยเป็นวัยของช่วงชีวิตเริ่มต้นที่มีความสำคัญ ในฐานะเบ้าพิมพ์ โดยเฉพาะในระยะตั้งแต่ในท้องจนยเฉพาะสมอง ที่พบว่าเด็กอายุประมาณ 3 ปีสมองมีน้ำหนัดกถึงร้อยละ 80 ของนำ้หนักสมองผู้ใหญ่ และเด็กในช่วงวัยนี้ยังพบว่า เด็กมีจิตวิทยาพัฒนาการที่สำคัญ คือ การสร้างตัวตน (Self) ซึ่งจะมีความสมบูรณ์ในช่วงอายุ 3 ปีนี้ นอกจากนี้ยังเป็นวัยที่ ประสบการณ์การเรียนรู้ สิ่งแวดล้อม การเลี้ยงดู มีผลต่อการเพิ่มการเกิดหรือทำลายจุดเชื่อมของปลายประสาท (synapses) ด้วย

เราจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาสมอง รวมถึงจิตวิทยาพัฒนาการใน 3 ขวบปีแรก ที่พบกว่า พันธุกรรม (gene)ไม่ใช่ปัจจัยหรือมีอิทธิพลในการพัฒนาเด็ก จะเป็นในด้าน อภิพันธุกรรม (epigenetics) มากกว่าที่มีอิทธิพลในการสร้างในการพัฒนาความพร้อมในศตวรรษนี้ เช่น การเลี้ยงดู อาหารการกิน สภาพสิ่งแวดล้อม ความเชื่อ วิถีวัฒนธรรม เป็นต้น ที่กล่าวมาล้วนมีผลต่อการเกิดโครงสร้างสมอง ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครอง ผู้เลี้ยงดู ต้องเป็นคนทำให้

จากการศึกษาพบว่าช่วงอายุ 3 ขวบปีแรก การจัดระบบบริการสถานพัฒนาเด็ก สำหรับเด็กกลุ่มต่ำกว่า 3 ขวบ ที่เป็น Day Care จึงเป็นรอยต่อก่อนเข้าโรงเรียนอนุบาลจึงมีความจำเป็น เป็นช่วงเวลาสำคัญของการสร้างรากฐานชีวิตทุกด้าน ทั้งด้าน ร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ และสังคม 

สำหรับ สถานส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น กรมอนามัย และ สวนเด็กสุทธาเวช โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็น Day Care คุณภาพที่รับดูแลเด็กเล็กตั้งแต่อายุ 3 เดือนถึง 3 ปี ที่พร้อมจะเป็นพื้นที่ต้นแบบในการขยายผลการดูแลเด็กเล็กโดยเน้นในเรื่องของ “การเลี้ยงลูกนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน นมแม่ควบคู่อาหารตามวัย และการเลี้ยงดูคู่เรียนรู้ที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงวัย” โดยมีแนวคิดเชื่อมโยงระหว่างบุคลากรและตัวของแม่เพื่อให้เข้าใจและตระหนักรู้ถึงประโยชน์ที่แท้จริงของนมแม่ และสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือนได้สำเร็จ

สำหรับแม่ที่กำลังตั้งครรภ์-หลังคลอด สามารถศึกษาหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพื่อเตรียมตัวอย่างถูกต้องได้ที่การให้ความรู้ www.thaibf.com หรือที่ Facebookเพจ : Thaibf และ นมแม่ หรือดาวน์โหลด Application : Everyday Doctor ของกรมอนามัยที่เปิดคลินิกนมแม่ออนไลน์ เพื่อให้คำปรึกษาแม่ที่มีปัญหาในการให้นมแม่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง